แผนพัฒนาการศึกษา 4 ปี

ประวัติความเป็นมา

เกาะพลับพลา เป็นชื่อตำบลหนึ่ง ของอำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรีท่านเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๓หรือ ร.ศ.๑๑๘ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ แห่งบรมราชจักรีวงศ์ เสด็จมาที่เขางูมาชมถ้ำระฆังเป็นครั้งที่ ๒ มาสักการะ เจ้าพ่อพระยาปราบ ทอดพระเนตร สมรภูมิเขางูอันเป็นสนามรบแห่งหนึ่ง ครั้งสงครามเก้าทัพ (สมัยรัชกาลที่ ๑) สำหรับถ้ำระฆัง ที่ได้ชื่อนี้เพราะ มีหินรูปร่างเหมือนระฆังอยู่ภายในถ้ำ ถ้ำระฆังเป็นที่อาศัย ของค้างคาว กินแมลง๓ชนิด คือ ค้างคาวบัว ค้างคาวหน้าหนู และค้างคาวหน้าย่น ซึ่งมี จำนวนนับเป็นล้านๆ ตัวถ้ำระฆังปัจจุบัน เป็นที่ทำ รายได้ เกี่ยวกับมูลค้างคาว สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จมา ครั้งนี้ชาวราชบุรี ได้สร้าง พลับพลาถวายบนเนินดิน ที่น้ำท่วมไม่ถึงแห่งหนึ่ง ไม่ห่างจากเกาะลอยมากนัก และห่างจาก เขางูไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๔ กิโลเมตร เสด็จประทับพักแรมที่พลับพลาแห่งนี้ แล้วเสด็จเที่ยว ตรวจตราภูมิประเทศทางชลมารค (ทางเรือ)ขอเรียนว่าทุกครั้ง ที่เสด็จมา จะเสด็จมา ในช่วงน้ำมาก เพราะสะดวก ในการคมนาคม ส่วนเขางูเป็นที่ตั้งชุมชนเก่าแก่นานนับพันปี ภายในถ้ำฤาษี มีพระพุทธรูปศิลา มีคำจารึกบอกเรื่องราวด้วย อักษรโบราณ ถ้ำมีชื่ออื่นๆ ยังมีอีกหลายถ้ำ สิ่งที่ ล้ำค่า คือภาพนูนที่แกะสลักติดอยู่กับผนังถ้ำเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ฝีมืองดงามมาก ยิ่งกว่านั้น เขางูยัง เป็นที่ตั้งของเจดีย์ที่บรรจุอัฐิธาตุของ พระอรหันต์นามว่าปุณณกะ ซึ่งเดินทางมา เผยแผ่ พระพุทธศาสนา ณ ดินแดน แถบนี้ สมัยเมื่อพระพุทธเจ้า ยังทรงพระชนม์อยู่ ท่านเล่าว่า เมื่อฤดูน้ำ น้ำท่วมมาถึงเขางู มีนิทาน ยืนยันว่า เศรษฐี เมืองราชบุรีจะมาทอดกฐิน ณ วัดใด วัดหนึ่ง ผ่านเขางูขึ้นไป เศรษฐีท่านนี้เป็นคนดีมาก มากทั้งทรัพย์สิน มากทั้ง น้ำใจ คนรักกันทั้งบ้านทั้งเมือง ทุกผู้ทุกคน พอรู้ว่าท่านเศรษฐีเดินทาง มาทอดกฐินโดยกระบวนเรือ ก็มาร่วมกัน ไม่เว้นคนเสียงฆ้อง กลองพิณพาทย์ราดตะโพนดังกึกก้องไปทั่ว ท้องน้ำ เสียงอึงคะนึงนั้นดังไปถึงบาดาล ในคุ้งน้ำ ใต้วังวนชลสาย พญากุมภีร์ซึ่งอาศัยอยู่ได้ยินเสียง อึงมี่, ประหลาด! ไม่เคยมี จึงส่งม้าใช้ไปหาข่าว ทราบว่า ท่าน เศรษฐีใหญ่เมืองราชบุรีจะทำบุญกฐิน ก็บังเกิด ปีติยินดีโสมนัสยิ่งนักจึงพาบริวาร ขึ้นมาบนผิวน้ำ ส่งทูตไปเจรจาขอ ร่วมบุญกฐินด้วย ท่านเศรษฐีก็ยินดี แล้วป่าวประกาศให้ทุกคน ทราบว่า พญากุมภีร์พา บริวารมาร่วมบุญด้วย เหล่าจระเข้จึงลอยตัวขึ้นมา คลาคล่ำ จนแทบสับสนว่า อันไหนเรืออันไหนจระเข้กันแน่ กระบวนกฐินเดินทางมาถึง เขางูแล้วจะต้องเดินบกต่อไปอีก พญาจระเข้ถามท่านเศรษฐีว่าน้ำมา สิ้นสุดที่เขางูนี้ แต่ข้าพเจ้าใคร่จะไปร่วม พิธี ทอดกฐิน กับท่านด้วย จะทำอย่างไร? เศรษฐีเมืองราชบุรีมิใช่ ธรรมดา มีปรีชาสามารถมาก ได้บอกพญาจระเข้ว่า ท่านอย่าวิตกเลย เราจะให้ช่างวาดภาพ มาวาดภาพ จำลองตัวท่าน พาไปร่วมพิธีทอดกฐินฉลองศรัทธาปสาทะ ส่งเสริม มโนรถของท่านให้จงได้ แล้ว ท่านเศรษฐีก็ให้จิตรกรจำลองภาพพญากุมภีร์ พาไปร่วม พิธีทอดกฐิน พญาจระเข้พอใจมาก ทำให้งานบุญ กฐินมีธงจระเข้ประกอบพิธีสืบเนื่องมาถึงบัดนี้ มิใช่เรื่องนี้เท่านั้น ที่พูดถึงว่า น้ำได้มาถึงเขางู แม้เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๐ ถอยหลังจากนี้ไปประมาณ ๓๐ ปี คนเก่าๆ ก็เล่าขานถึงงานเขางูว่า ยุคนั้น สนุกสนาน เอิกเกริกมากมิได้สุดกร่อยเช่นปัจจุบัน มีการแข่งเรือ เป็นสาธุกีฬานักษัตรด้วย ถ้าน้ำมาไม่ถึงเขางู จะแข่งเรือ กันได้อย่างไร? ตกลงเป็นอันยืนยันว่าเมื่อถึงหน้าน้ำ น้ำได้ท่วมมาถึงเขางูจริงๆ พ.ศ.๒๔๔๓ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง เสด็จ มาประทับแรมที่เกาะพลับพลาอันชาวราชบุรีสร้างถวาย พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติ วงศ ์ได้ตามเสด็จมาใน ครั้งนี้ด้วย อันว่าพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์นั้น ต่อมาก็คือพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์ เธอ กรมหลวง ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งทหารเรือไทย ขณะนั้น พระองค์ยังทรงพระเยาว์นัก เช้าวันหนึ่งเวลา ยังเช้า อยู่มากทุกคนยังหลับสบายอยู่กับที่นอน อันอบอุ่น ทรงออกมาเดินเล่นข้างนอก มองจากเกาะพลับพลา ออกไป มีแต่น้ำเจิ่งนองทั่วท้องทุ่ง ฉับพลันก็มีเรือ ลำหนึ่งแล่นตรงเข้ามา ในเรือมีเด็กๆ วัยเดียวกับ พระองค์ ๒-๓ คน พอเข้ามาใกล้ๆ เด็กๆ ก็กวักมือ เรียก พอเรือมาเทียบ พระองค์ก็ลงเรือไปกับพวกเขา เรือแล่นมากลางท้องทุ่ง ก็ให้สงสัยยิ่งนัก ไม่มีพาย และไม่มีคนพาย เรือนี้แล่นได้อย่างไร! จึงตรัสถาม เด็กๆ ก็ตอบว่า พวกเราไม่ใช่คน พวกเราเป็นงู ขอเรียนว่าพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์เป็นบุคคล ที่ฉลาดที่สุด กล้าหาญที่สุด ชีวิตไม่เคยมีความ หวาดกลัว และเป็นคนศักดิ์สิทธิ์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ซึ่งน่าจะมีอยู่ เพียงหนึ่งเดียว คำตอบของผู้ร่วมอยู่ในเรือลำ เดียวกัน ว่า “พวกเราไม่ใช่คน” มันสามารถเขย่าขวัญคน ธรรมดาให้สติแตกได้ แต่พระองค์แม้จะอยู่ในเยาว์วัย ก็ยิ้มย่องผ่องใสจับไม้จับมือทุกคนที่บอกว่า “พวกเรา เป็นงู” พร้อมกับตรัสว่า “เรายินดีมากที่ได้เพื่อนเช่นกับ ท่านซึ่งหาไม่ได้้อีกแล้ว วันนี้เราโชคดีจริงๆ” เพื่อนใหม่ คือของขวัญที่เรามอบให้กับชีวิต ส่วนเพื่อนเก่าคือ อัญมณี ที่นับวันจะเพิ่มค่า ตกลงว่าได้สนทนาพูดคุยกัน เป็นที่สนุกสนาน เรือได้พามาที่เขาน้อย ภูเขาลูกนี้ มีถ้ำด้วย เมื่อถึง ฝั่งเรือที่นั่งมาก็กลายเป็นงูใหญ่เลื้อย พาเข้าไปในถ้ำ ตลอดทั้งวันพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ เล่นกับเพื่อนๆ อยู่ในถ้ำนั้น พอบ่ายคล้อย สมเด็จ พระพุทธเจ้าหลวงก็ตรัสเรียกหาว่า “อาภากร” ไปไหน? ก็เกิดโกลาหลเที่ยวหากัน จ้าละหวั่น ไม่พบ ไม่เห็น ทั้งไม่มีเบาะแสให้สืบค้น พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ หายองค์ไปอย่างลึกลับ เหมือน ไม่มีตัวตน ถึงยามย่ำ สนธยาก็ยังมืดมน ไม่มีทางอื่น จึงตั้งศาลบูชา เทพารักษ์ อธิษฐานว่าถ้ายังมีชีวิตขอ ให้ได้พบ ตัว ถ้าตาย ขอให้ได้พบศพ จึงได้พบองค์อยู่ที่หน้าถ้ำเขาน้อย เมื่อเสด็จกลับมาที่เกาะพลับพลา ได้ตรัสเล่าให้พระราชบิดาฟังถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาโดยตลอดสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ได้เรียกเขาน้อยว่า “เขาพญางู” จำเนียร กาลผ่านไปคำว่า “พญา” เลือนหายเหลืออยู่แต่ “เขางู” ต่อมาได้มีผู้นำคำว่า “สันติธรรม” มาต่อสร้อย จึงเรียกชื่อว่า “เขางูสันติธรรม” ปัจจุบันใช้เป็นชื่อวัดว่า “วัดเขางูสันติธรรม” ที่วัดเขางูสันติธรรม ; เขางูยังอยู่ ถ้ำนั้นก็ยังอยู่ มีศาล ประดิษฐานอนุสาวรีย์พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไว้ให้คนทั่วไป สักการบูชาด้วย กาลเวลาผ่านไปเหมือนสายน้ำไม่ไหลกลับ จากทศวรรษไปสู่ทศวรรษ พลับพลาที่เคยเป็น ที่ประทับ ยังตั้งอยู่อย่าง โดดเดี่ยวกลางท้องทุ่ง โดยไม่มีหน่วยราชการใดให้ความสนใจ จึงเป็นที่ อาศัยหลบแดดฝนของคนเลี้ยงสัตว์ จาก ทศวรรษมาสู่ กึ่งศตวรรษ ชาวบ้านได้นำสิ่งที่เป็นประโยชน์ไปใช้สอย ตั้งแต่ฝาไปถึงหลังคา จนกระทั่งเหลือเพียง เสาไม้แก่น เป็นที่สังเกตเท่านั้น เมื่อถนนหนทางดีขึ้น ก็มีผู้นำ เสาไม้แก่นนั้นไปจำหน่าย ปัจจุบันสถานที่ตั้ง เกาะพลับพลาเป็นที่รกเรื้อ มีแต่ศาลพระภูมิเก่าๆ ทิ้งอยู่เกลื่อนกล่น โอ้! เกาะพลับพลาที่น่าสงสาร โปรดทราบว่า เมื่อก่อน หน้าน้ำ น้ำท่วมมาถึง เขางูจริง เกาะพลับพลามีจริง (พระอาจารย์สายชล ฐิตวิริโย เจ้าอาวาสวัดเกาะลอย ยืนยันว่าท่านยังทัน เห็นอยู่ในสมัยเมื่อท่านยังเป็นเด็ก) สมเด็จพระพุทธเจ้า หลวงเสด็จมาประทับจริง พระองค์เจ้า อาภากรเกียรติวงศ์ ตามเสด็จมาจริง เสด็จไปแวะพักที่ถ้ำเขางูสันติธรรมจริง ขอเรียนเพิ่มเติมตรงนี้ ว่าการที่พระองค์ เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ได้รับเชิญมาเป็นแขกพิเศษที่ถ้ำเขางู สันติธรรมนั้น เป็นนิมิตหมายว่าต่อไปพระองค์จะเป็น ผู้เชี่ยวชาญทางน้ำ ครั้นเมื่อเจริญวัยขึ้น ได้ไป ศึกษาวิชาการทหารเรือที่ประเทศอังกฤษ เมื่อจบ การศึกษาแล้ว ได้เข้ารับราชการในกองทัพเรือ ทรงวาง รากฐาน ปรับปรุง พัฒนากองทัพเรือไทยจนยิ่งใหญ่เกรียงไกรอย่างที่พล เอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงมีต่อเหล่า ทหารช่าง ความรุ่งโรจน์ของพระองค์ ทำให้ พระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวระแวงพระทัย จึงถูก ปลดออกจากราชการต่อมาเมื่อล้นเกล้ารัชกาลที่๖ มีพระประสงค์จะซื้อเรือรบ หลวงพระร่วงเป็นช่วงที่ ประเทศไทยไม่ร่ำรวยดังแต่ก่อน ถึงขนาดต้องเรี่ยไร เงินจาก ประชาชนช่วย ทั้งขาดคนสันทัดจัดเจนในการ ติดต่อ ซื้อได้แล้ว ต้องจ้างฝรั่งนำเรือจากทวีปยุโรป มาส่งเมืองไทย เงินก็น้อยปัญหามีมากมาย ถึงคราว ที่ชาติต้องการพระองค์ได้รับพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่ง ทรงดำเนินการจัดซื้อ นำทหารเรือไทยไปฝึกให้ชำนาญ ในหน้าที่ต่างๆ เมื่อทุก อย่างพร้อม พระองค์ก็นำเรือรบหลวง พระร่วงข้าม มหาสมุทรจากทวีปยุโรป มาสู่ทวีปเอเชียบรรลุถึง ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ ทอดสายตาทั่วแผ่นดิน สยาม ณ ปี พ.ศ.นั้น มีเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถเช่นนี้ พระองค์เชี่ยวชาญทางน้ำ เฉกเช่นพญามังกรเชี่ยวชาญใน ท้องทะเลดังนั้นเรื่องที่พระองค์ได้รับ เชิญจากพญางูมาที่ถ้ำเขางูสันติธรรม ถ้าไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เรื่องเกาะพลับพลาไม่ควรเป็นตำนานเพราะกาลเวลาเพิ่งพ้นผ่านประมาณ ร้อยปีเศษเรื่องยังใหม่ๆแต่ชาว ตำบลเกาะพลับพลาไม่รู้เรื่องนี้ พูดเรื่อง เกาะพลับพลา เหมือนพูดเรื่องในความฝัน เมื่อพูด เรื่องคล้ายในความฝัน จึงต้องกลายเป็นตำนานไป ดังเช่นค่ายรบที่โคกกระต่ายที่ตั้งกองบัญชาการ การรบของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งรบกับกองทัพพม่า ที่นางแก้ว ดำรงอยู่มาถึงหลัง เปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว และถูกยักย้ายถ่ายเท จนไม่เหลือร่องรอยเมื่อ ไม่กี่สิบปี มานี้เอง รัฐมี หน่วยงานใดที่ดูแล รับผิดชอบเรื่องนี้หรือไม่ หลักฐานทางประวัติศาสตร์แห่งอาณาจักรศรีวิชัย ท่านเจ้า คุณพุทธทาส ท่านเคยดูแลรักษา และพยายามแจ้งมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจาก ไม่มีใครสนใจแล้ว งาน อนุรักษ์ของท่านพุทธทาสก็ถูก ต่อต้าน ท่านถูกกล่าวหาด้วย ข้อกล่าวหาที่รุนแรง และสวนทางกับความเป็นจริง ที่สุดท่านก็ต้องปล่อย ด้วยรู้ว่า ยุคนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐเขารักชาต ิกันแบบไหน เรื่องเกาะพลับพลาถ้าได้พื้นที่ตรงนั้น สัก ๑๐-๒๐ ตารางเมตร มีมูลดิน มีศิลาจารึก เป็นหลักฐานว่าที่ ตรงนี้แหละ คือที่มาของตำบลเกาะพลับพลา ให้ลูกหลาน ได้รับรู้ว่าชาวราชบุรี ได้มีเกียรติยศในความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เพียงไร นี่คือประโยชน์ ของชาติและของสังคม คนที่รณรงค์เพื่ออนุรักษ์ด้วย จิตใจที่บริสุทธิ์เมื่อรู้ว่าเขารักชาติกันแบบไหน ก็ต้องรู้ หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่ฝึกอบรมและ ฝึกศึกษาคนให้มีความรู้ และเป็นคนดี ถ้าท่านมีผลงาน ที่ดีและถูกต้อง จะไม่มีความขัดแย้งในรูปแบบอย่าง ที่เห็นสมมติฐานถ้าท่าน ต้องการความก้าวหน้า ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ท่านจะรักตัวเองแบบไหน? ท่าน คิดเห็นอย่างไร? ท่านจะรังสรรค์ปั้นแต่งเยาวชน ของชาติด้วยกระบวนการแบบไหน? ท่านเห็นงาน ของท่านหรือยัง? การได้เกาะพลับพลาคืนมาเป็นสถานที่ทาง ประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของเมืองราชบุรีคงอยู่ใน ความฝันตลอดไป เพราะมีข้อจำกัดตามที่กล่าว เป็น ไปไม่ได้ ที่จะให้หน่วยงานไหน มาขวนขวายเรื่องนี้ ก็คง แค่รู้ไว้เท่านั้น